การเก็บรักษาน้ำหอม

หลาย ๆ ครั้งที่เรากังวลว่าน้ำหอมของเราที่ซื้อมาในราคาแพงนั้นจะเสื่อมสภาพลงไปไหม ควรจะเก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็นดี หรือเปล่า หรือว่าเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าก็พอ ซึ่งในความเป็นจริงวิธีการเก็บรักษาน้ำหอมนั้นไม่ได้ยุ่งยากมากมายแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องให้ความใส่ใจเพิ่มเล็กน้อยเพราะ น้ำหอมเองก็เป็นสารเคมีประเภทหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากตัวแปรหลาย ๆ อย่างทั้งแสงแดด, ความร้อน, ความชื้น, สิ่งเจือปนต่าง ๆ การที่จะเก็บ รักษาน้ำหอม เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จัก กับน้ำหอมให้มากขึ้นเพื่อจะได้เข้าใจธรรมชาติของน้ำหอมว่าทนทานหรืออ่อนแอต่อสิ่งใด และเราจะทราบได้ว่า การเก็บรักษาแบบไหนถึงจะดีต่อน้ำหอมของเรา

ธรรมชาติของน้ำหอม

โดยธรรมชาตินั้นน้ำหอมเป็นสารเคมีที่มีส่วนผสมของสารหอมระเหยกับแอลกอฮอร์ ซึ่งสารหอมระเหยนั้นมีมากมาย หลายชนิดที่ผสมอยู่ใน น้ำหอม 1 ขวดแต่ทั้งหมดเป็นสารประเภทที่เรียกว่าเอสเทอร์ ซึ่งเป็นสารที่ให้กลิ่นต่างได้จาก ทั้งในธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้นเอง ในวงการ น้ำหอมปัจจุบันจะใช้เป็นสารสังเคราะห์มากกว่าเนื่องจากราคาถูกและ ทำกลิ่นออกมาได้ง่ายกว่า เรียกว่าเป็นหัวใจของกลิ่นน้ำหอมเลยก็ว่าได้ เพราะหากสารเอสเทอร์ตัวนี้เสื่อมสภาพไปก็ จะทำให้กลิ่นน้ำหอมของเราเพี้ยนไปนั่นเอง ดังนั้นการที่จะทำให้กลิ่นน้ำหอมไม่เปลี่ยนแปลงไป สารเอสเทอร์ตัวนี้จึง ที่เป็นสิ่งที่เราสนใจที่จะคงสภาพไว้เพื่อให้กลิ่นน้ำหอมของเรานั้นไม่ผิดเพี้ยน เรารู้ว่าน้ำหอมนั้นประกอบด้วยแอลกอฮอร์ และสารเอสเทอร์เป็นหลัก เราทราบคุณสมบัติของแอลกอฮอร์ดีอยู่แล้ว โดยแอลกอฮอร์นั้นระเหยได้ง่าย ไม่ทนต่อ อากาศร้อนเพราะจะทำให้ระเหยได้เร็วมาก ทนต่อความเย็นได้พอสมควร ส่วนสารเอสเทอร์นั้นด้วยคุณสมบัติตามธรรมชาติ จะระเหยได้เร็วในอากาศร้อน ซึ่งการระเหยนี้จะเร็วยิ่งกว่าการระเหยของแอลกอร์เสียอีก อ่อนแอต่อความร้อนซึ่งความร้อน สามารถทำลาย คุณสมบัติของสารเอสเทอร์ได้ ในขณะที่ความเย็นนั้นมีผลต่อสารเอสเทอร์น้อยกว่ามาก นอกจากนี้หาก สารเอสเทอร์โดนกรดอนินทรีย์อย่าง กรดกำมะถันและความร้อนมาก ๆ สารเอสเทอร์ก็จะแตกตัวออกเเป็นแอลกอฮอร์กับ กรดอินทรีย์ได้ เพราะฉะนั้นการเก็บน้ำหอมจึงควรเก็บโดย ยึดหลักดังต่อไปนี้

เก็บน้ำหอมในที่ที่อุณหภูมิค่อนข้างคงที่

น้ำหอมเป็นสารหอมระเหยที่ระเหยได้ง่ายมาก โดยเฉพาะความร้อนจะทำให้น้ำหอมระเหยออกมามากและรวดเร็วสิ่งที่เกิดขึ้น คือกลิ่นน้ำหอมจะ จางลงมากและเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฉุนจมูกและกลิ่นจะติดไม่ทนทานเนื่องจากมีส่วนผสมของ สารให้กลิ่นที่น้อยลงมากนั่นเอง การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากๆ และรวดเร็วเกินไปจะทำให้น้ำหอมเสื่อมสภาพ เนื่องจากสารให้กลิ่นบางชนิดที่ผสมในน้ำหอมนั้นไวต่อ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิทำให้คุณสมบัติบางประการเสียไปเป็นผล ให้น้ำหอมกลิ่นเพี้ยนไปจากเดิม

เก็บให้ห่างจากสารเคมีชนิดอื่น

เนื่องจากน้ำหอมนั้นสามารถละลายรวมกับสารประเภทอื่นได้ อย่างยาทาเล็บ เซรั่มต่างๆ ดังนั้นการเก็บรักษาจึงควรให้ ห่างจากสารเคมีตัวอื่น เพื่อป้องกันไม้ให้คุณสมบัติของน้ำหอมเสียไป ในปัจจุบันน้ำหอมส่วนใหญ่บรรจุอยู่ในขวดสเปรย์ที่ ปิดผนึกแน่นหนาทำให้การที่จะมีสารอื่นผสม ลงไปนั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่

หลีกเลี่ยงแสงแดด

แสงแดดมีผลกับน้ำหอมด้วยเช่นกัน นอกจากอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากแสงแดดที่ทำให้น้ำหอมระเหยออกมามากแล้ว แสงแดดยังมีผลต่อสีของ น้ำหอมด้วย น้ำหอมในปัจจุบันใช้สารให้สีเพื่อสร้างสีสันของน้ำหอมเป็นสีต่างๆ ที่ต้องการ ซึ่งโมเลกุลของสีเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับแสงแดด อย่างช้าๆ เป็นผลให้สีเหล่านั้นเปลี่ยนไปเป็นสีอื่นหรือมีสีที่จางลงเรื่อยๆ ทำให้สีของน้ำหอมไม่สดใสเหมือนเดิมเก็บในที่แห้ง ด้วยความที่น้ำหอมนั้นบรรจุอยู่ในขวดสเปรย์ซึ่งอาจจะไม่ค่อยได้รับ ผลกระทบกับความชื้นหรือไอน้ำในอากาศ แต่หากขวดน้ำหอมนั้นมีรอยรั่วเล็กๆ ความชื้นก็จะสามารถเข้าไปผสมกับน้ำหอม ทำให้น้ำหอมนั้นกลิ่นเจือจางและกลิ่นแปลกไปจากเดิม เพราะฉะนั้นควรเก็บในที่ๆ แห้งจะดี ต่อน้ำหอมมากกว่า

มีประเด็นที่ถกเถียงกันมากอย่างหนึ่งในการเก็บรักษาน้ำหอมว่า “เราสามารถเก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็นได้หรือไม่” หากเราพิจารณาตามธรรมชาติ ของน้ำหอมแล้วเราจะพบว่าเราสามารถที่จะเก็บน้ำหอมไว้ในตู้เย็นได้ เพราะตู้เย็นนั้น สามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่และไม่โดนแสงแดดครับและถ้าจะให้ดีควรเป็นตู้เย็นที่เก็บน้ำหอมโดยเฉพาะจะดีที่สุด เพราะจะได้ไม่มีกลิ่นอื่น ๆ มารบกวน

การเก็บน้ำหอมในตู้เย็นอาจจะได้รับผลกระทบของความชื้นบ้าง แต่ก็เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้ เนื่องจากความเย็นในตู้เย็นทั่ว ๆ ไปนั้นจะช่วยทำให้สารหอมระเหยในน้ำหอมระเหยออกมาน้อยลงทำให้กลิ่นน้ำหอม คงความหอมได้ยาวนานขึ้นและความเย็นนี้ยังช่วยให้สารหอม ระเหยในน้ำหอมคงสภาพได้ยาวนานขึ้นไม่เสื่อมสลายลงเร็ว เกินไป เพียงแต่ถ้าหากต้องการเก็บน้ำหอมในตู้เย็นแล้วจะต้องเก็บในตู้เย็นตลอดไป ทั้งนี้หากเก็บน้ำหอม สลับกับตู้เย็นหรือ ลืมวางไว้ข้างนอก การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมินี้มีผลต่อน้ำหอมด้วยเช่นกันแม้ว่าจะเป็นไปทีละเล็กทีละ น้อยก็ตาม

ส่วนการหยิบน้ำหอมออกมาใช้งานเพียงไม่นานแล้วเก็บกลับตู้เย็นเหมือนเดิมจะมีผลน้อยมากๆต่อการเปลี่ยนแปลง ของน้ำหอม เนื่องจากอุณหภูมิ ของน้ำหอมแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย ข้อควรระวังของการใช้ตู้เย็นในการเก็บน้ำหอม คือไฟดับ หากตู้เย็นเกิดหยุดทำงานขึ้นมารับรองได้ว่า น้ำหอมของคุณจะไม่เหมือนเดิมแน่นอน

การเก็บรักษาน้ำหอมในตู้เย็น

อุณหภูมิที่เหมาะกับการเก็บรักษาน้ำหอมนั้นทาง The Osmotheque ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์น้ำหอม ได้แนะนำอุณหภูมิ ที่เหมาะสมสำหรับการเก็บ รักษาไว้ว่าให้ใช้อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียสกับน้ำหอมทั่วไปและน้ำหอมที่เป็นกลิ่น Citrus ให้ใช้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส จะช่วยให้น้ำหอมนั้นมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น